27 มิถุนายน 2026
ไม่มีหมวดหมู่

เดมเบเล่ แฮตทริก! ฝรั่งเศสถล่มนอร์เวย์ 4-1 ผงาดแชมป์กลุ่ม I ฟุตบอลโลก 2026

huapo23 • 27 มิถุนายน 2026

เดมเบเล่ แฮตทริก! ฝรั่งเศสถล่มนอร์เวย์ 4-1 ผงาดแชมป์กลุ่ม I ฟุตบอลโลก 2026

อุสมัน เดมเบเล่ ระเบิดฟอร์มสุดยอดกดแฮตทริกในครึ่งแรก 32 นาทีแรก ช่วยให้ฝรั่งเศสถล่มนอร์เวย์ 4-1 ในนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม I ฟุตบอลโลก 2026 ที่สนามบอสตัน สเตเดี้ยม พร้อมคว้าแชมป์กลุ่มไปครองอย่างงดงาม

เดมเบเล่ 3 ประตูใน 32 นาที: ปรากฏการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด

เริ่มเกมเพียงแค่ 6 นาที เดมเบเล่ก็ส่งสัญญาณว่าวันนี้จะเป็นวันของเขา เมื่อเขารับบอลจากกรีซมันน์ทางกราบขวา ลากเข้าในแล้วยิงเรียดเสียบมุมเสาไกลอย่างงดงาม นอร์เวย์ยังไม่ทันตั้งตัว ฝรั่งเศสก็นำ 1-0

ประตูที่สองมาถึงในนาทีที่ 22 เมื่อเอ็มบัปเป้แทงบอลทะลุช่องให้เดมเบเล่หลุดเดี่ยวเข้าไปชิฟข้ามตัวผู้รักษาประตูนอร์เวย์อย่างเหนือชั้น เป็นประตูที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจเกมระหว่างสองซูเปอร์สตาร์ของฝรั่งเศส

และแล้วประตูที่ 3 ของเดมเบเล่ก็มาถึงในนาทีที่ 32 ซึ่งถือเป็นประตูที่สวยที่สุดในนัดนี้เลยทีเดียว จังหวะนี้ ผู้เล่นทั้ง 11 คนของฝรั่งเศสที่อยู่ในสนามมีส่วนร่วมกับจังหวะบอลทั้งหมด 17 จ่ายต่อเนื่องกัน ก่อนที่เดมเบเล่จะเข้ามาชาร์จจ่อๆ หน้าประตู เป็น“ประตูมหัศจรรย์” ที่แสดงให้เห็นว่าทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้เล่นบอลกันได้อย่างกลมกลืนและมีระบบ

นอร์เวย์พักฮาลันด์ 10 เปลี่ยนตัว ผลลัพธ์คือหายนะ

นอร์เวย์ตัดสินใจพักเออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวเก่ง และเปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 10 ตำแหน่งในนัดนี้ เนื่องจากผ่านเข้ารอบ 32 ทีมไปแล้ว โค้ช สตาเล่ โซลบาคเค่น ต้องการรักษาความสดของผู้เล่นหลักไว้สำหรับรอบน็อกเอาต์

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้กลับกลายเป็นดาบสองคม เมื่อผู้เล่นสำรองของนอร์เวย์ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของฝรั่งเศสได้เลย เสียประตูถึง 4 ประตูในครึ่งแรก

ฮาลันด์นั่งดูเพื่อนร่วมทีมจากม้านั่งสำรองด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขาดหายไปของเขาทำให้เกมรุกของนอร์เวย์ไร้ซึ่งความอันตรายอย่างสิ้นเชิง

ประตูที่ 4 และนอร์เวย์ตีไข่แตก

ฝรั่งเศสยังไม่หยุดแค่นั้น คีเลียน เอ็มบัปเป้ มายิงประตูที่ 4 ในครึ่งหลังจากจังหวะสวนกลับเร็ว แสดงให้เห็นว่าแนวรุกของฝรั่งเศสอุดมไปด้วยอาวุธครบมือ ไม่ใช่แค่เดมเบเล่คนเดียว

นอร์เวย์มาได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะเตะมุมในนาทีที่ 67 แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การปลอบใจเท่านั้น จบเกม ฝรั่งเศสชนะ 4-1 คว้าแชมป์กลุ่ม I ไปครอง

สถิติที่น่าสนใจจากแมตช์นี้

สถิติ ฝรั่งเศส นอร์เวย์
ครองบอล 64% 36%
ยิงประตู 18 5
ยิงเข้ากรอบ 8 2
เตะมุม 7 3
จ่ายบอลสำเร็จ 89% 72%
ฟาล์ว 8 12

ฝรั่งเศสแชมป์กลุ่ม I: เส้นทางสู่รอบลึก

ด้วยผลงานชนะ 3 นัดรวดในรอบแบ่งกลุ่ม ยิง 12 ประตู เสียเพียง 2 ประตู ฝรั่งเศสแสดงให้เห็นว่าเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 อย่างไม่ต้องสงสัย

  • นัดแรก: ชนะ 3-0
  • นัดสอง: ชนะ 5-1
  • นัดสาม: ชนะ 4-1 (vs นอร์เวย์)

การประสานงานระหว่างเอ็มบัปเป้, เดมเบเล่ และกรีซมันน์ ดูจะเป็นแนวรุกที่อันตรายที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ ทีมไหนก็ตามที่ต้องเจอกับฝรั่งเศสในรอบน็อกเอาต์คงต้องปวดหัวไม่น้อย

เดมเบเล่กลับมาแล้ว: จากดาวร่วงสู่ดาวเด่น

อุสมัน เดมเบเล่ เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอ ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ แต่แฮตทริกในนัดนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเมื่อเขาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด เขาคือหนึ่งในปีกที่อันตรายที่สุดในโลก

เดมเบเล่กล่าวหลังเกมว่า “วันนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เพื่อนร่วมทีมส่งบอลให้ผมในตำแหน่งที่ดี ผมแค่ต้องจบสกอร์ให้ได้ แฮตทริกนี้เป็นของทั้งทีม”

สรุปสถานการณ์กลุ่ม I

อันดับ ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย คะแนน
1 ฝรั่งเศส 3 3 0 0 12 2 9
2 นอร์เวย์ 3 2 0 1 5 5 6
3 ออสเตรเลีย 3 1 0 2 3 6 3
4 ตูนิเซีย 3 0 0 3 1 8 0

แฟนบอลที่ต้องการติดตามผลบอลสด และตารางคะแนนบอลโลก 2026 แบบเรียลไทม์ สามารถเข้าไปดูได้ที่ 7mlaos.com ซึ่งมีการอัปเดตผลบอลสด thscore ทุกคู่ ทุกลีก ตลอด 24 ชั่วโมง

มองไปข้างหน้า: รอบน็อกเอาต์ของฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสในฐานะแชมป์กลุ่ม I จะผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมไปพบกับทีมอันดับ 2 จากกลุ่มอื่น ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงแบบนี้ แฟนบอล “เลส์ เบลอส์” มีสิทธิ์หวังว่าทีมรักจะคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ได้สำเร็จ หลังจากเคยคว้าแชมป์ในปี 1998 และ 2018

ส่วนนอร์เวย์แม้จะแพ้ในนัดนี้ แต่ก็ยังผ่านเข้ารอบ 32 ทีมในฐานะรองแชมป์กลุ่ม และฮาลันด์จะกลับมาลงสนามในรอบน็อกเอาต์อย่างแน่นอน ซึ่งจะทำให้นอร์เวย์กลายเป็นทีมที่ประมาทไม่ได้เลย

ติดตามบ้านผลบอล และ7m สำหรับอัปเดตฟุตบอลโลก 2026 ทุกวัน ที่ 7mlaos.com